วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

โครงการภาพถ่าย To Give

โครงการภาพถ่าย To Give 
ชื่อโครงการ : ด้วยรักและคิดถึง









ที่มา : เนื่องจากได้มีโอกาสกลับบ้านหลังจากที่ไม่ได้กลับมาเป็นเวลาครึ่งปี และได้พบกับพี่กรกลม พี่ที่อาศัยอยู่ในระแวกเดียวกัน เธอได้แต่งงานมีครอบครัวและมีลูกชายวัยกำลังซนหนึ่งคนชื่อน้องพุด พี่กรกมลเห็นดิฉันเดินถือกล้องถ่ายภาพจึงเข้ามาพูดคุยและได้ทักขึ้นว่าตั้งแต่เลี้ยงน้องพุดมาก็ยังไม่ค่อยมีภาพสวยๆของน้องสักเท่าไหร่ กล้องที่มีก็เป็นเพียงกล้องโทรศัพท์ อยากมีภาพที่สามารถอัดไว้ใส่กรอบได้บ้าง  พี่กรกมลได้เล่าต่อว่าเธอได้ออกจากงานแอร์โฮสเตสเพื่อต้องการเลี้ยงดูน้องพุดอย่างใกล้ชิด พี่เขาต้องทำทั้งงานบ้าน ดูแลลูก และดูแลแม่ของตนจนไม่มีเวลาว่างจะมาถ่ายรูปเล่นกับลูก จากเคยทำงานที่สนุกสนานได้ท่องเที่ยว วันหนึ่งเมื่อต้องเป็นคุณแม่เธอก็ยอมทิ้งงานอันเป็นที่รักเพื่อมาดูแลคนที่เธอรักมากที่สุด และเพราะคุณพ่อของน้องต้องทำงานต่างจังหวัดตลอดไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้า  ดิฉันจึงเสนอไอเดียว่าจะอาสาถ่ายภาพน้องให้เพื่อนำไปเป็นของขวัญให้กับคุณพ่อของน้องที่จะกลับจากต่างจังหวัดในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้

วัตถุประสงค์ :
1.เพื่อถ่ายทอดความรักและความห่วงใยผ่านภาพถ่าย
2.เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้มีโอกาสได้มีภาพถ่ายที่สวยงามเพื่อเก็บไว้เป็นภาพแห่งความทรงจำในครอบครัว และมอบเป็นของขวัญให้กับคนสำคัญต่อไป

กลุ่มเป้าหมาย : บุคคลทั่วไปที่ไม่มีโอกาสมีภาพถ่ายสวยๆของบุตรหลานหรือคนในครอบครัว



วิธีดำเนินการ : 1.คิดหาไอเดียในการถ่ายภาพ ที่สามารถเกิดประโยช์ต่อบุคคลอื่นได้
2.วางแผนการถ่ายภาพ มองหากลุ่มเป้าหมาย และแนวทางของภาพที่อยากถ่าย
3.พูดคุยกับกลุ่มเป้าหมายและบอกถึงวัตถุประสงค์ของเราให้กับกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน เพื่อขออนุญาตติดตามถ่ายภาพส่วนตัว
4.ถ่ายภาพที่เราต้องการจากนั้นคัดเลือกภาพและตกแต่งภาพให้มีความสวยงามน่าสนใจยิ่งขึ้น


ผลที่ได้รับ :
-การเรียนรู้ :ได้รับความรู้ ประสบการณ์และมุมมองของบุคคลในอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เราอาจไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นมาก่อน ประสบการณ์ชีวิตของบุคคลและเหตุผลในการตัดสินใจเรื่องราวต่างๆในชีวิต การใช้ชีวิตประจำวันของคนๆหนึ่งที่มีหน้าที่เป็นทั้งลูก เป็นทั้งแม่ เป็นทั้งภรรยา มีหน้าที่มากมายที่ต้องรับผิดชอบ ดิฉันจึงได้เรียนรู็วิธีการคิดบวกและแนวทางการดำเนินชีวิตในแบบฉบับของความเรีบยง่ายเน้นสุขอยู่ที่ใจ
-ความรู็สึกนึกคิด : รู้สึกตื่นเต้นมากในตอนแรก เพราะถึงจะเคยพูดคุยทักทายกันมาก่อนหน้าบ้างแต่ก็ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาตามติดชีวิตและพูดคุยเรื่องราวต่างๆด้วยกันเช่นนี้ แต่เมื่อดิฉันเริ่มปรับตัวเข้ากับบรรยายกาศได้ ดิฉันรู้สึกว่าการได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นรวมถึงตั้งคำถามที่เราอยากรู้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตในอนาคตเป็นอย่างมาก ตอนนี้ดิฉันยังเรียนมหาวิทยาลัย เป็นแค่นิสิตชั้นปีที่1 อาจจะยังไม่เข้าใจถึงภาระหน้าที่ในฐานะแม่ การมีครอบครัว หรือแม้แต่การตัดสินใจในเรื่องราวที่สำคัญและมีผลต่อการใช้ชีวิต จึงรู้สึกว่าการทำงานครั้งนี้คุ้มค่าและมีประโยชน์เป็นอย่างมาก ที่สำคัญคือฝึกการเข้าหาผู้อื่นอีกด้วย
-ทักษะ 1.ต่อตอนเอง : ทักษะในด้านการถ่ายภาพและทักษะในการพูดเข้า โน้มน้าว และเข้าหาบุคคลอื่นอย่างเป็นมิตร 2.ผลสะท้อนจากกลุ่มเป้าหมาย : พี่กรกมลดีใจเป็นอย่างมากที่มีภาพสวยๆของน้องพุดและรู้สึกว่าภาพของคนที่เรารักช่างมีคุณค่าทางจิตใจเป็นอย่างมาก พี่กรกมลวันๆหนึ่งก็ไม่ค่อยจะมีเวลาว่าง ต้องทำหลายสิ่งหลายอย่างไม่คิดว่าวันหนึ่งจะมีคนมาถ่ายรูปให้ฟรีๆ โดยที่ไม่ต้องไปสตูดิโอหรือร้านอัดรูป แถมภาพยังเป็นแบบที่พี่เขาถูกใจมากเพราะภาพเป็นภาพชีวิตประจำวันของลูกน้อย ภาพตอนยิ้ม ตอนเผลอ ตอนเล่น เป็นภาพที่สื่ออารมณ์ความรู้สึกได้ดีเป็นอย่างมาก


หลักฐานการส่งภาพและคำติชม



"ได้รับรูปแล้วนะจ๊ะ ทั้งรูปที่อัดและไฟล์รูปภาพทางe-mail
รูปสวยมากๆเลยค่ะ เห็นครั้งแรกตอนที่เอามาให้ตื่นเต้นมากๆเลย
ขอบคุณที่ช่วยถ่ายภาพให้นะคะ<3
เพราะพี่เองก็ไม่มีเวลาที่จะเก็บภาพถ่ายสวยๆแบบนี้เวลาอยู่กับลูกสองคนได้ จะหาเวลาไปถ่ายที่สตูดิโอก็ไม่ว่างแถมเสียค่าใช้จ่ายที่แพงอีก 
รูปที่ถ่ายให้พี่ดูเป็นธรรมชาติมาก 
งานเผลอสุดๆ ชอบมากๆค่ะ เวลามองภาพก็ยิ้มได้ หายเหนื่อยจ้า อย่างไรก็ขอบคุณอีกครั้งนะจ๊ะ"


ภาพทั้งหมด

https://drive.google.com/folderview?id=0B4qsygLtK5LcfnRfc2JCcTN4R0tRdWduMF9pYjdIOWdoRlRIR3hfS2puZjRZaWx3eEcwSmM&usp=sharing

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

Stock Photography For Teachers

Stock Photography For Teachers



รายงานภาพถ่ายทางการศึกษา (ยังอยู่ระหว่างการดำเนินงาน)

ชื่อโครงการ:  Student Learning With Technology

วัตถุประสงค์ :
1.เพื่อนำภาพถ่ายที่สื่อถึงการใช้เทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ของนักเรียน นิสิตนักศึกษา ไปใช้เป็นภาพประกอบการเรียนการสอนในวิชาต่างๆของ รองศาสตราจารย์ ดร.เนาวนิตย์ สงคราม เพื่อให้สื่อการเรียนการสอนต่างๆมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
2.นำทักษะการถ่ายภาพจากการเรียนในรายวิชา การถ่ายภาพเพื่อการสื่อสารทางการศึกษา ให้เกิดประโยชน์ในการเรียนการสอนในวิชาต่างๆต่อไป

กลุ่มเป้าหมาย : รองศาสตราจารย์ ดร.เนาวนิตย์ สงคราม และนิสิตที่เรียนในรายวิชาของท่าน


วิธีการดำเนินโครงการ
1.Define topic and needs of subject-matter expects (SME) : ติดต่อ รองศาสตราจารย์ ดร.เนาวนิตย์ สงคราม เพื่อติดต่อสอบถามว่า  อาจารย์ต้องการสื่อเป็นภาพถ่ายเพื่อใช้ประกอบการเรียนการสอนหรือไม่ ซึ่งอาจารย์ได้มีความต้องการอยากได้ภาพนิสิตใช้คอมพิวเตอร์ ภาพอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่มีส่วนช่วยในด้านการศึกษา
2.Inquiry and gathering information : นิสิตหาสถานที่ และอุปกรณ์ในการถ่ายภาพล่วงหน้า จากการดึงประสบการณ์เดิมมาวางแผน เช่นหาสถานที่ที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ให้บริการ การไปรวมงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี
3.Photographing and selecting : นิสิตถ่ายภาพตามที่ได้วางแผนไว้ และคัดเลือกภาพ ตกแต่งภาพ
4.Checking the internal validate and revising : นิสิตส่งภาพเพื่อขอคำแนะนำจากอาจารย์ ตรวจเช็คดูว่าภาพสามารถนำไปใช้ได้จริงหรือไม่ รวมถึงมีการประเมินผลของภาพ

ภาพบางส่วนจากโครงการ








ใบประเมินจากท่านอาจารย์




ภาพทั้งหมด





วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2558

ตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นจากการเรียนวิชาการถ่ายภาพฯ

ตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นจากการเรียนวิชาการถ่ายภาพเพื่อการสื่อสารทางการศึกษา
(สมุดแดง)


1.กระบวณการการสอนT1-T6 ช่วยพัฒนาการคิดของเราได้อย่างไร และชอบวิธีใดมากที่สุด

----ในการถ่ายภาพทุกครั้ง ทำให้เราต้องคำนึงถึงองค์ประกอบศิลป์ของภาพและการจัดวางตำแหน่งของวัตถุภายในภาพ จุดสนใจ ความสมดุลต่างๆ เป็นเรื่องที่สำคัญและควรคำนึง เราได้พํฒนาในส่วนนี้แล้วจึงผลิตภาพที่มีความเหมาะสมด้านองค์ประกอบออกมา
     ต่อมาเป็นด้านของการคำนึงถึงแสงและสีของภาพ การพัฒนาทางด้านความคิดสร้างสรรค์ในส่วนนี้ทำให้ภาพของของเรามีแสงและสีที่ตรงตามความต้องการ ดูเป็นธรรมชาติ สื่ออารมณ์ สื่อความหมาย แสดงความคิดและมุมมองของผู้ถ่ายภาพ
     ส่วนที่ได้รับการพัฒนาต่อมาคือในส่วนของการถ่ายภาพอย่างไรให้เกิดการสื่อความหมาย กล่าวคือไม่ใช่เพียงการถ่ายภาพตามใจฉัน แต่เป็นการถ่ายภาพที่แฝงความคิดและมุมมองของช่างภาพ และเพื่อถ่ายทอดออกมา คนที่ดูภาพของเราก็จะต้องเข้าใจในสิ่งที่เราจะสื่อสารออกไปเช่นกัน  โดยสรุปคือได้พัฒนาความคิดในการสร้างสรรค์ภาพที่มีความสวยงามทางศิลปะ มีองค์ประกอบภาพ แสงสีที่สวยงามเหมาะสม และภาพสามารถสื่ออารมณ์และความหมายที่ชัดเจน
     หากจะให้เลือกว่าชอบวิธีไหนมากที่สุด ขอเลือกเป็นวิธี Direct Analogy เพราะเป็นวิธีที่ดึงเอาความคิดของเราที่มีต่อโจทย์ออกมาสร้างสรรค์ภาพได้อย่างตรงไปตรงมา สื่อสารออกมาให้ผู้ชมเข้าใจง่าย การสื่อความหมายไม่ยุ่งยากซับซ้อน ได้ใช้กระบวนการคิดและแจกแจงความคิดก่อนหยิบจุดที่ดีที่สุดออกมาใส่ในภาพ

2.เมื่อมีเพื่อนมากดLikeเราในFacebook รู้สึกอย่างไร 
----รู็สึกดีใจที่เพื่อนๆให้ความสนใจและชอบภาพของเรา จนภาพของเราได้เป็นภาพcoverประจำสัปดาห์ แม้ว่าภาพของเราจะไม่ใช่ภาพที่ดีที่สุด ไม่ใช่ภาพที่ได้คะแนนเยอะที่สุด แต่การที่เพื่อนมากดไลค์ให้ถือเป็นกำลังใจในการถ่ายภาพให้ดีต่อไป

3.การที่ผู้สอนมีFeedback ตอบกลับไป รู้สึกอย่างไร และคิดว่าตอนนี้จุดอ่อนของเราอยู่ที่อะไร
----ทำให้มองเห็นว่าบางครั้งภาพที่เราถ่ายออกมา เมื่อมองแล้วอาจจะยังไม่สื่อความหมายของตัวภาพนั้นๆเท่าที่ควร หรือบางครั้งการใส่คำบรรยายภาพที่ดูคิดมากเกินไปทำให้ภาพยิ่งเข้าใจยาก เมื่อผู้สอนมีFeedbackกลับมาจึงทำให้เรารู้สึกถึงจุดด้อยในผลงาน ว่าในแต่ละสัปดาห์สาเหตุใดที่ทำให้ภาพของเรายังไม่ดีเท่าที่ควร จุดด้อยที่มีตอนนี้คือในด้านความคิดสร้างสรรค์ เพราะบางครั้งภาพที่เราคิดกลับไม่สามารถผลิตออกมาเป็นภาพได้ การแต่งรูปภาพบางครั้งแต่งมากเกินไปจนดูไม่เป็นธรรมชาติ ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนเป็นของตนเอง

4.เมื่อรู้จุดอ่อนจะพัฒนาตนเองอย่างไร
-หมั่นฝึกฝนการถ่ายภาพ อาจจะเป็นเวลาไปท่องเที่ยวกับครอบครัวหรือเพื่อน
-ลองศึกษาจากภาพของมืออาชีพทั้งไทยและต่างประเทศ
-ศึกษาเทคนิกการถ่ายภาพเพิ่มเติม
-ให้เพื่อนดูและวิจารณ์ภาพที่เราถ่าย หรือลงทางSocial media เพื่อให้เพื่อนๆช่วยแสดงความคิดเห็น

บันทึกการเรียนรู็จากการจัดนิทรรศการภาพถ่าย The Other Sides

บันทึกการเรียนรู็จากการจัดนิทรรศการภาพถ่าย 
The Other Sides

     จากการจัดนิทรรศการภาพถ่าย ในหัวข้อ The Other Sides รหว่างวันที่ 20-24 เมษายน พ.ศ. 2558  ณ บริเวณใต้อาคาร 2 อาคารพระมิ่งขวัญการศึกษาไทย ทำให้ดิฉันในฐานะหนึ่งในผู้จัดและดำเนินงาน มีความรู้สึกตื่นเต้นและภูมิใจในผลงานของต้นเองเป็นอย่างมาก 
     
การจัดนิทรรศการในครั้งนี้ถือเป็นประสบการณ์การทำงานที่แปลกใหม่และหาไม่ได้ง่ายๆในชีวิตการเป็นนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แม้กิจกรรมดังกล่าวที่จัดขึ้นจะเป็นกิจกรรมที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องในเรื่องของคะแนนในชั้นเรียนในวิชาการถ่ายภาพเพื่อการสื่อสารทางการศึกษาแต่อย่างใด แต่ทุกๆคนรวมถึงตัวดิฉันเองก็ได้ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ทำให้การทำงานครั้งนี้ เป็นการทำงานที่ทำให้เราได้เห็นศักยภาพของเพื่อนและการนำศักยภาพของตนเองออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 
      
การทำงานทุกๆอย่างย่อมไม่ราบรื่นเสมอไป ยิ่งเป็นงานแรกๆที่ผู้จัดยังไม่มีประสบการณ์แล้วการแก้ปัญหาถือเป็นเรื่องที่ยากจะหลีกเลี่ยง ในบางครั้งเราอาจไม่สามารถทำงานได้ตามที่เราวางแผนไว้ หรือแม้แต่การพบเจอกับปัญหาที่เราไม่คาดคิด จากการทำงานและการจัดนิทรรศการเป็นเวลา1สัปดาห์ ทำให้ดิฉันได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนๆ และได้รับฟังคำแนะนำจากท่านอาจารย์และผู้ที่มาเยี่ยมชมนิทรรศการหลายท่าน จึงอยากนำปัญหาที่พบและคำแนะนำต่างๆมาแนะนำให้กับน้องๆที่จะต้องจัดนิทรรศการภาพถ่ายในปีถัดๆไปคะ
     
     เรื่องแรกเป็นเรื่องที่สำคัญมาก คือเรื่องการจัดการเวลาคะ หากน้องๆจะต้องจัดนิทรรศการ น้องๆควรวางแผนการเรียน การทำงาน และการถ่ายภาพให้ดี น้องๆต้องรู้ตัวอยู่ตลอดเวลาว่าเรามีภาระในการหาภาพอยู่ ดังนั้นเวลาไปเดินเที่ยวที่ไหน ไปกับครอบครัวหรือกับเพื่อน น้องๆลองพกกล้องถ่ายภาพติดตัวไปด้วยคะ ในทุกๆที่ย่อมมีมุมที่น่าสนใจและน่าจะถ่ายเก็บไว้เพื่อเอามาเป็นสต็อกในการเลือกภาพถ่ายมาใช้ในโอกาสต่างๆได้คะ แต่หากเป็นภาพนิทรรศการ การศึกษาหัวข้อของนิทรรศการให้เข้าใจจะช่วยให้น้องๆมองหามุมในการถ่ายภาพได้ง่ายขึ้นคะ หากน้องๆได้ภาพเร็ว การคัดเลือกรูปภาพก็จะเป็นไปอย่างรวดเร็ว ยังพอมีเวลาที่เราจะสามารถแก้ไขรูปภาพ รับคำแนะนำจากอาจารย์และเพื่อนๆได้ การทำงานต่างๆก็จะเป็นไปแผนการที่วางไว้

      เรื่องต่อมาเป็นเรื่องเกี่ยวกับการติดต่อกับฝ่ายต่างๆคะ อย่างเช่นในเรื่องของสถานที่และบอร์ด เราควรติดต่อล่วงหน้า และเช็คตารางให้แน่นอนว่าจะไม่ทับซ้อนกับกิจกรรมอื่นๆ บอร์ดที่จะใช้จัดจะมีเพียงพอในวันที่เราต้องการจะใช้ เป็นต้น รวมถึงเรื่องของจดหมายต่างๆคะ หากต้องการส่งจดหมายเพื่อแจ้งให้ทราบ เช่น ต้องการเลื่อนวันจัดนิทรรศการ ควรดำเนินการล่วงหน้า ไม่ควรดำเนินการกระชั้นชิดมากเกินไปคะ

      เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องการประชาสัมพันธ์คะ สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญ หากเราประชาสัมพันธ์ได้ดี มีความทั่วถึงและมีการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าสักระยะเวลา จะมีผลต่อจำนวนผู้เข้าชมนิทรรศการเป็นอย่างมากคะ ยิ่งเป็นคนที่สนใจในการถ่ายภาพแล้วจะยิ่งอยากมาชมนิทรรศการคะ หากมีcontactกับพี่ๆชมรมโฟโต้ หรือผู้ที่สนใจด้านการถ่ายภาพ ก็ลองขอให้เขาช่วยประชาสัมพันธ์ให้ดูคะ


    มีส่วนที่อยากเพิ่มเติมอีกนิดจะคำแนะนนำของผู้เข้าชมคะ
1.ภาพบางภาพถ่ายออกมาได้สวยมาก ผู้เข้าชมจึงอยากรู้ว่าถ่ายมาจากที่ไหน จึงอยากได้ข้อมูลสถานที่
2.อยากได้คำอธิบายภาพเป็นภาษาอังกฤษ
3.อยากรู้ชนิดของเลนส์ที่ใช้ถ่าย
4.ระมัดระวังการพิมพ์คำอธิบายภาพผิดหรือตกหล่นหรือคำอธิบายที่วกไปวนมาไม่เข้าใจ

สุดท้ายนี้ อยากบอกว่าดีใจมากที่ครั้งหนึ่ง เราเคยได้ทำนิทรรศการภาพถ่ายเป็นของเราเอง ได้มีภาพของเราอยู่ในนั้น มีคนมาชื้นชมภาพถ่ายของเรา เป็นความภาคภูมิใจของผู้จัดจริงๆคะ

      

วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2558

Experiment 6

ภาพกิจกรรมสัมมนานิสิตหลังฝึกสอนปฏิบัติการวิชาชีพในสถานศึกษา 

คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ภาคการศึกษาปลาย ปีการศึกษา 2557


วันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558



ช่วงแรก 
  สัมมนานิสิตหลังฝึกสอนปฏิบัติการวิชาชีพในสถานศึกษาแบบกลุ่มย่อยแบ่งตามสาขาวิชา

สาขาวิชาจิตวิทยาการปรึกษา การแนะแนว และการศึกษาพิเศษ มีการประชุมกลุ่มย่อยกันที่บริเวณห้องประชุมชั้นสองของอาคารพระมิ่งขวัญการศึกษาไทย 

ด้านหน้าทางเข้าห้องประชุม ของการประชุมกลุ่มย่อย




ภาพบรรยากาศ การสัมมนาของสาขาจิตวิทยาการปรึกษา การแนะแนว และการศึกษาพิเศษ





     นิสิตชั้นปีที่ 5 ได้มีการประชุมกันภายในสาขา เพื่อหาข้อสรุปในการไปฝึกษาภายในโรงเรียนต่างๆ ดังหัวข้อต่างๆดังต่อไปนี้
-ปัญหาก่อนการเข้าฝึกสอนนักเรียน
-ปัญหาที่พบระหว่างการฝึกสอนนักเรียน
-ปัญหาหลังฝึกสอนนักเรียน
-การบูรณาการวิชาต่างๆ เข้ากับการฝึกสอน
-สิ่งที่ได้รับจากการฝึกสอน
-ความรู้สึกต่อวิชาชีพครูหลังการฝึกสอน  เป็นต้น

     โดยเมื่อสามารถหาข้อสรุปในหัวข้อต่างๆดังที่กล่าวมาได้เรียบร้อยแล้ว นิสิตชั้นปีที่ 5 จะนำข้อสรุปเหล่านี้ไปนำเสนอในห้องสัมมนารวมต่อไปในช่วงต่อจากนี้




นิสิตแสดงความคิดเห็นและบอกเล่าถึงปัญหาที่ตนเองพบขณะฝึกสอน



หลังจากหาข้อสรุปได้เรียบร้อย มีการถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

นิสิตที่ได้รับรางวัล"นิสิตผู้ใช้และผลิตสื่อการเรียนรู้ดีเด่น"
(จากซ้าย-ขวา) นางสาว ศิฏามาศ ภาพันธ์ 
นาย ชัยณรงค์ ขำบัณฑิต ได้รับรางวัล
นางสาว พรทิตา อังกินันทน์

ถ่ายภาพรวมร่วมกัน



ช่วงสอง 
  สัมมนานิสิตหลังฝึกสอนปฏิบัติการวิชาชีพในสถานศึกษาแบบกลุ่มใหญ่


   สำหรับช่วงที่สอง นิสิตชั้นปีที่ 5 ในทุกสาขาวิชาจะเข้ามาสัมมนารวมเพื่อนำเสนอการสรุปหัวข้อต่างที่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันไปในกลุ่มย่อย โดยมารวมกันที่ห้องประชุม 101 นี้นอกจากนิสิตทั้งหมดจะมาเข้าฟังแล้ว ยังมีคณาอาจารย์หลายท่านเข้าร่วมฟังการสัมมนาในช่วงบ่ายนี้ด้วย เพื่อฟังความเห็นและประสบการณ์การฝึกสอนของนิสิต รวมถึงทัศนคติที่มีต่อวิชาชีพครูหลังการฝึกสอน

สถานที่จัดกิจกรรมสัมมนา ห้องประชุม 101










วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

Experiment No.5

Experiment No.5


1.ถ่ายภาพโดยอาศัยองค์ประกอบศิลป์
    -วิเคราะห์ภาพของตนเอง
 -วิเคราะห์ภาพของผู้อื่น
2.เทคนิคการถ่ายภาพเคลื่อนไหว Action stop


1.ถ่ายภาพโดยอาศัยองค์ประกอบศิลป์

-วิเคราะห์ภาพของตนเอง

Aperture F8.0
Shutter speed 1/4000 sec
ISO-3200 

ใช้องค์ประกอบศิลป์ เรื่อง การซ้ำ Repetition

   การซ้ำหรือการซ้ำซ้อน (Repettition) เป็นภาพที่แสดงลักษณะของวัตถุ ที่มีลักษณะเหมืนอกันหรือประเภทเดียวกัน จากภาพ เป็นภาพของวัด โดยจะสังเกตเห็นได้ว่า หน้าต่างของวัดจะมีการทำซ้ำ เรียงกันไปเรื่อยๆ รวมถึงการตกแต่งเหนือบานหน้าต่างใต้หลังคาวัด ก็มีลักษณะของวัตถุที่เหมือนๆกัน ทั้งสีและรายละเอียด
   โดยการถ่ายภาพนี้นั้น เริ่มจากการจัดหามุมที่สามารถมองเห็นได้ถึงลักษณะของการซ้ำได้เป็นอย่างดี โดยดิฉันได้เลือกถ่ายเป็นด้านข้าง แทนการถ่ายจากด้านหน้าตรงๆ เพราะการถ่ายจากด้านหน้าโดยตรง แม้จะสามารถมองเห็นการซ้ำของบานหน้าต่างได้เช่นกัน แต่ภาพถ่ายที่ออกมานั้น จะมีความแข็ง ดูไร้มิติ ไม่มีความน่าสนใจ รวมถึงทำให้มองไม่เห็นรายละเอียดที่สวยงามของไม้ค้ำใต้หลังคาเหนือบานหน้าต่างอีกด้วย จึงเลือกถ่ายเป็นภาพเฉียงจากด้านข้างแทน และเนื่องจากเป็นช่วงสายๆประมาณ9.00-10.00จึงทำให้แสงส่องมาจากฝั่งตรงข้ามตัวสถาปัตยกรรม เข้ามากระทบบานหน้าต่าง ทำให้สีทองต่างๆของสถาปัตยกรรม มีความเด่นชัด สวยงามมากขึ้นอีกด้วย ใช้รูรับแสงค่อนข้างกว้าง คือ F8.0 เพื่อให้แสงเข้าเต็มที่โดยสัมพันธ์กับShutter speed ใช้shutter speed เร็วๆ คือ 1/4000 เพราะเนื่องจากว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีคนเดินผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก จึงต้องรีบเก็บภาพอย่างรวดเร็ว




-วิเคราะห์ภาพของผู้อื่น


ชื่อภาพ Ant's World ถ่ายที่ Voronez ประเทศ Russia
ที่มาภาพ http://englishrussia.com/2012/01/20/2011-best-photographs-of-russia-nomination-nature/

                                             
                                           ใช้องค์ประกอบศิลป์ เรื่อง ดุลยภาพ (ฺBalance)
         เป็นหนึ่งในภาพถ่ายธรรมชาติที่ได้รับรางวัล winners of 2011 Best Photographs of Russia
โดยเป็นการประมวลภาพมาจากนิทรรศการณ์ จึงไม่มีรายละเอียดหรือเทคนิคของการถ่ายภาพ รวมถึงชื่อของผู้ถ่ายที่แท้จริง เพราะทางเว็บไซต์ของรัสเซีย ได้นำมาโพสไว้อีกที ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ด้วย


        ดุลยภาพ เป็นการจัดองค์ประกอบภาพให้เกิดความสมดุลหรือเท่ากันของน้ำหนัก เป็นการทำให้ความรู้สึกของคนที่มองภาพ รู้สึกได้ถึงน้ำหนักที่เท่ากัน เป็นความเท่ากันของน้ำหนักตามความรู้สึก หรือ Sensible Equilibrium (อ้างอิงข้อความจาก หนังสือ"องค์ประกอบศิลป์ สำหรับนักถ่ายภาพ") โดยเป็นการถ่ายภาพมดแบบระยะใกล้มาก ทำให้เห็นตัวมดได้อย่างละเอียดชัดเจน ใช้หลักดุลยภาพแบบสมมาตรบน-ล่าง ซึ่งเกิดจากเงาสะท้อนของมดที่สะท้อนบนน้ำนั่นเอง

         

2.เทคนิคการถ่ายภาพเคลื่อนไหว Action stop
Aperture F 7.1
Shutter speed 1/4000 sec
 ISO6400

ใช้เทคนิค Splash Photography Technique (No Flash) โดยมีการเตรียมการง่ายๆคือ หาน้ำหน้าที่มีสีสัน หรือ หากใครมีสีผสมอาหารอยู่ที่บ้าน ก็ลองนำมาผสมน้ำเปล่าเล็กน้อยเพื่อนให้ได้น้ำสีสันสดใสไม่ต้องกลัวเสียดายน้ำหวาน นำน้ำใส่แก้วใส วางไว้ในตัวแหน่งที่ต้องการ อาจเป็นตัวแหน่งที่เป็นกำแพงเพื่อใช้เป็นฉากหลัง จากนั้นหาวัตถุที่พอมีน้ำหนักมาโยน เช่น น้ำแข็ง ลูกมะนาว ผลมะกรูดเป็นต้น จากนั้นถ่ายภาพโดยใช้
Shutter speed ให้เร็วที่สุด เพื่อให้จับภาพขณะน้ำกระเด็นออกมาจากแก้วได้ทัน ทำให้เกิดภาพAction stop ที่มีความสวยงาม หากเราใช้Shutter speedช้าๆ เราก็จะไม่สามารถจับภาพน้ำที่กระเซ็นออกได้ทัน หรือหากทันก็จะเป็นเพียงภาพที่มีลักษณะเบลอๆ มองเห็นการเคลื่อนที่ของน้ำได้ไม่ชัดเจน การใช้ความเร็วชัตเตอร์มากๆ อาจต้องคำนึงเรื่องของแสงด้วย จากภาพของดิฉัน ถ่ายจากที่โล่งแจ้งในเวลาบ่ายต้นๆ แสงมีมาก จริงเปิดรูรับแสงให้กว้าง เพื่อให้แสงเข้าอย่างเพียงพอโดยไม่ต้องใช้แฟลชช่วย 







วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

Experiment No.4

Experiment No.4

ระบบวัดแสงของกล้อง

รุ่นกล้อง Canon EOS 700D

1.ระบบวัดแสงเน้นกลางภาพ Center-weighted average metering
2.ระบบวัดแสงเฉพาะจุด Spot metering
3.ระบบวัดแสงเฉพาะจุด/บางส่วน partial metering
4.ระบบวัดแสงแบบเฉลี่ยหลายส่วน Matrix metering ***Canon มีชื่อว่า Evaluative metering
-------------------------------------------------------------
        1) การเปรียบเทียบ ระบบวัดแสงเน้นกลางภาพ Center-weighted average metering
                                                                   กับ
                                        ระบบวัดแสงเฉพาะจุด Spot metering
                   

                           
                      ระบบวัดแสงเน้นกลางภาพ Center-weighted average metering
                                                         ISO800 F4.0 1/160


                         
                                       ระบบวัดแสงเฉพาะจุด Spot metering
                                                 ISO800 F4.0 1/1000

 สังเกตความแตกต่าง: ภาพspotเห็นชัดเพียงตรงกลางที่เป็นวัตถุและมีแสง ส่วนCenter-weighted จะสามารถมองเห็นฉากหลังหรือภาพโดยรอบได้มากกว่า เนื่องจากเป็นModeที่เน้นค่าแสงขนาดใหญ่
-------------------------------------------------------------


       2) การเปรียบเทียบ ระบบวัดแสงเน้นกลางภาพ Center-weighted average metering
                                                                      กับ
                                                   ระบบวัดแสงเฉพาะจุด partial


                                
                          ระบบวัดแสงเน้นกลางภาพ Center-weighted average metering
                                                            ISO800 F4.0 1/160


                                 
                                           ระบบวัดแสงเฉพาะจุด/บางส่วน  partial metering
                                                                ISO800 F4.0 1/1000

สังเกตความแตกต่าง:ภาพpartialเห็นชัดเพียงตรงกลางที่เป็นวัตถุและมีแสง ส่วนCenter-weighted จะสามารถมองเห็นฉากหลังหรือภาพโดยรอบได้มากกว่า เนื่องจากเป็นModeที่เน้นค่าแสงขนาดใหญ่


-------------------------------------------------------------

*****เพิ่มเติม : ระบบวัดแสงเฉพาะจุด ระหว่าง แบบ spot กับแบบ partial มีความคล้ายคลึงกันมากจนบางภาพแทบจะแยกความแตกต่างไม่ออก เรามาดูภาพตัวอย่างต่อไปนี้ ในการความแตกต่างของ 2 ทั้งระบบ
                                               ระบบวัดแสงเฉพาะจุด/บางส่วน partial metering
ISO800 F5.6 1/1250

                                                        ระบบวัดแสงเฉพาะจุด spot metering
ISO800 F5.6 1/4000

สรุปข้อเปรียบเทียบ ระบบวัดแสงเฉพาะจุด partial จะมีพื้นที่ที่ใช้ในการวิเคราะห์แสงใหญ่กว่า ระบบวัดแสงเฉพาะจุด spot แต่จะไม่ใหญ่เท่า ระบบวัดแสงเน้นกลางภาพ Center-weighted average metering


-------------------------------------------------------------

     3) การเปรียบเทียบ ระบบวัดแสงเน้นกลางภาพ Center-weighted average metering
กับ
        ระบบวัดแสงแบบเฉลี่ยหลายส่วน Matrix or Evaluative metering

                                 ระบบวัดแสงเน้นกลางภาพ Center-weighted average metering
                                                                 ISO800 F4.0 1/160





                                 ระบบวัดแสงแบบเฉลี่ยหลายส่วน Matrix or Evaluative metering
                                                                      ISO800 F4.0 1/80

สังเกตความแตกต่าง: ภาพของEvaluativeมีความสว่างและเห็นวัตถุได้เป็นวงกว้างมากกว่าCenter-weighted เนื่องจากระบบวัดแสงแบบEvaluative เป็นการแบ่งพื้นที่ภายในช่องเล็งภาพเป็นส่วนย่อยเล็กๆ แล้วนำค่าแสงที่วัดในแต่ละพื้นที่มาคำนวณค่าเฉลี่ย จึงง่ายต่อการให้ค่าแสงเฉลี่ยที่มากกว่าระบบอื่นๆ


สรุป   ระบบวัดแสงแต่ละระบบ ให้ผลลัพธ์ของภาพที่มีความแตกต่างกัน การวัดแสงแบบเฉลี่ยEvaluative metering และแบบกลางภาพCenter-weighted average metering จะแสดงภาพที่แสงตรงกลางมีการกระจายตัวออกมากที่สุด นอกจากจะเห็นวัตถุได้ชัดแล้วยังสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆรอบวัตถุหรือฉากหลังได้อีกด้วย ในขณะที่การวัดแสงแบบเฉพาะจุด spot metering วัดแสงอย่างแม่นยำให้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง จะได้ภาพที่แสงช่วยเน้นวัตถุให้มีความโดดเด่นและชัดเจนมากที่สุด และ partial metering ก็ช่วยเน้นวัตถุให้มีความโดดเด่นเช่นกัน แต่จะมีพื้นที่แสงใหญ่กว่าระบบวัดแสงเฉพาะจุด แต่จะไม่ใหญ่เท่า ระบบวัดแสงเน้นกลางภาพ Center-weighted average metering
          อย่างไรก็ตาม การวัดแสงอาจมีความคลาดเคลื่อนไม่สมบูรณ์ได้ ขึ้นอยู่กับแวดล้อมหรือสิ่งที่ประกอบอยู่ในภาพ แสง หรือแม้แต่การถ่ายภาพย้อนแสงก็สามารถทำให้การวัดแสงนั้นเกิดการผิดพลาดได้เช่นเดียวกัน